ฟิล์มทึบกับฟิล์มใสกันร้อนอาคาร ควรเลือกแบบไหนดี

ฟิล์มทึบกับฟิล์มใสกันร้อนอาคาร ควรเลือกแบบไหนดี

ในยุคที่ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาคารสมัยใหม่มักออกแบบด้วยกระจกขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความสวยงามและเปิดรับแสงธรรมชาติ ปัญหาความร้อนสะสมภายในอาคารจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของอาคาร ผู้บริหารสำนักงาน และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องให้ความสนใจ หนึ่งในวิธีลดความร้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการติดฟิล์มอาคารโดยใช้ฟิล์มกรองแสง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มศึกษาข้อมูล หลายคนมักพบว่าฟิล์มอาคารมีให้เลือกหลากหลายประเภท โดยเฉพาะ “ฟิล์มใสกันร้อนอาคาร” และ “ฟิล์มทึบ” ซึ่งต่างก็มีคุณสมบัติในการช่วยลดความร้อน แต่ให้ผลลัพธ์ด้านแสงสว่าง ความสวยงาม และการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คำถามสำคัญคือ หากต้องการลดความร้อนภายในอาคาร ควรเลือกฟิล์มประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจข้อแตกต่าง ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการเลือกใช้งานอย่างละเอียด

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารคืออะไร

การติดฟิล์มใสกันร้อนอาคารบนกระจกบานใหญ่ เพื่อเพิ่มความสบายภายในอาคาร

กันร้อนอาคาร คือฟิล์มกรองแสงชนิดพิเศษที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซรามิก นาโนเซรามิก หรือสเปกตรัมคัดเลือกแสง (Spectrally Selective Technology) ซึ่งสามารถกรองรังสีอินฟราเรดและรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงความใสของกระจกเอาไว้

จุดเด่นสำคัญของฟิล์มใสกันร้อนอาคารคือสามารถลดความร้อนจากแสงแดดได้โดยไม่ทำให้พื้นที่ภายในอาคารมืดลงมากนัก ผู้ใช้งานยังคงได้รับแสงธรรมชาติและมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ ฟิล์มใสกันร้อนจึงได้รับความนิยมอย่างมากในอาคารสำนักงานสมัยใหม่ โรงแรม โชว์รูม ร้านค้า และอาคารที่ต้องการรักษาความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมกระจก 

ฟิล์มทึบคืออะไร

ฟิล์มทึบกันร้อนอาคารสีเข้มติดตั้งบนผนังกระจก ช่วยลดแสงสะท้อนและรังสี UV

ฟิล์มทึบ หรือฟิล์มกรองแสงสีเข้ม เป็นฟิล์มที่ถูกออกแบบให้ลดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามาภายในอาคาร โดยมักมีสีเทาเข้ม สีดำ สีบรอนซ์ หรือสีสะท้อนแสง ข้อดีของฟิล์มทึบคือสามารถลดแสงจ้า เพิ่มความเป็นส่วนตัว และช่วยลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเลือกฟิล์มที่มีค่าการป้องกันพลังงานแสงอาทิตย์สูง แต่อย่างไรก็ตาม ฟิล์มทึบมักส่งผลต่อปริมาณแสงธรรมชาติที่เข้าสู่อาคาร ทำให้บางพื้นที่มีความมืดมากขึ้น และอาจต้องพึ่งพาแสงไฟฟ้าภายในอาคารเพิ่มขึ้นในช่วงเวลากลางวัน    

เปรียบเทียบฟิล์มใสกันร้อนอาคารและฟิล์มทึบ

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารและฟิล์มทึบติดตั้งบนกระจกอาคาร แสดงคุณสมบัติการป้องกันความร้อนที่แตกต่างกัน

1. ประสิทธิภาพในการลดความร้อน

ในอดีต หลายคนเชื่อว่าฟิล์มสีเข้มสามารถกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มใส แต่เทคโนโลยีฟิล์มในปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวไปอย่างมาก ฟิล์มใสกันความร้อนอาคารรุ่นใหม่สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความร้อนได้ในระดับสูง แม้ว่าตัวฟิล์มจะมีความใสก็ตาม ในขณะที่ฟิล์มทึบบางรุ่นอาจลดความร้อนได้จากการลดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มใสเสมอไป ดังนั้นการพิจารณาประสิทธิภาพควรดูจากค่าทางเทคนิค เช่น

  • TSER (Total Solar Energy Rejected)
  • IR Rejection
  • UV Rejection
  • SHGC

มากกว่าการดูสีของฟิล์มเพียงอย่างเดียว

2. ปริมาณแสงธรรมชาติ

จุดเด่นที่สำคัญของฟิล์มใสกันความร้อนอาคารคือการรักษาแสงธรรมชาติภายในอาคาร อาคารที่ติดตั้งฟิล์มใสกันร้อนอาคารจะยังคงได้รับแสงสว่างจากภายนอก ทำให้พื้นที่ดูโปร่ง โล่ง และน่าใช้งาน ในทางกลับกัน ฟิล์มทึบจะลดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำ สำหรับองค์กรที่ต้องการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี การใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจของพนักงาน

3. ทัศนียภาพและความสวยงาม

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารได้รับความนิยมในอาคารสมัยใหม่เพราะช่วยคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมของกระจกไว้ได้   ผู้ใช้งานยังสามารถชมวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวิวเมือง สวน หรือภูมิทัศน์รอบอาคาร ในขณะที่ฟิล์มทึบอาจส่งผลให้ภาพที่มองผ่านกระจกมีความมืดหรือเปลี่ยนโทนสี ทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานแตกต่างออกไป สำหรับอาคารที่มีจุดขายด้านวิว เช่น โรงแรม อาคารสำนักงานระดับพรีเมียม หรือคอนโดมิเนียมหรู ฟิล์มใสกันร้อนมักเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากกว่า

4. ความเป็นส่วนตัว

หากพูดถึงความเป็นส่วนตัว ฟิล์มทึบมักมีข้อได้เปรียบมากกว่า เนื่องจากสีของฟิล์มช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร โดยเฉพาะในเวลากลางวัน ส่วนฟิล์มใสกันความร้อนอาคารจะเน้นการลดความร้อนและรักษาทัศนวิสัยเป็นหลัก จึงอาจต้องใช้ร่วมกับม่านหรือระบบบังสายตาเพิ่มเติมในบางพื้นที่

5. การประหยัดพลังงาน

อาคารที่ติดตั้งฟิล์มทึบที่เป็นฟิล์มภายนอกอาคารช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันยังสามารถได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ ข้อดีคือช่วยลดการใช้ไฟฟ้าทั้งจากเครื่องปรับอากาศและระบบแสงสว่าง ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าฟิล์มทึบจะช่วยลดแสงและความร้อนได้ แต่บางกรณีอาจต้องเปิดไฟภายในอาคารเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้พลังงานโดยรวม

อาคารประเภทใดเหมาะกับฟิล์มใสกันร้อนอาคาร

ด้วยคุณสมบัติที่ยังคงความโปร่งใสและเปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี ฟิล์มประเภทนี้จึงเหมาะกับอาคารหลากหลายประเภท โดยเฉพาะอาคารที่ต้องการทั้งความสบายภายในและภาพลักษณ์ที่ทันสมัย 

  • อาคารสำนักงาน สำนักงานยุคใหม่มักออกแบบด้วยกระจกจำนวนมากเพื่อสร้างความโปร่งและเปิดรับแสงธรรมชาติ การติดตั้งฟิล์มใสช่วยลดความร้อนโดยไม่กระทบต่อบรรยากาศการทำงาน
  • โรงแรม โรงแรมที่มีห้องพักพร้อมวิวเมืองหรือวิวธรรมชาติต้องการรักษาประสบการณ์ของผู้เข้าพัก ฟิล์มใสช่วยลดความร้อนโดยไม่บดบังวิวที่เป็นจุดขายสำคัญ
  • โชว์รูม โชว์รูมรถยนต์ ร้านเฟอร์นิเจอร์ หรือร้านค้าระดับพรีเมียมต้องการความโปร่งใสและการมองเห็นสินค้าจากภายนอก ฟิล์มใสกันร้อนอาคารจึงตอบโจทย์ได้ดีกว่าฟิล์มทึบ
  • อาคารกระจกสูง อาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ที่มีผนังกระจกจำนวนมากสามารถลดภาระเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฟิล์มใสกันความร้อนอาคาร

อาคารประเภทใดเหมาะกับฟิล์มทึบ

แม้ว่าฟิล์มใสกันความร้อนอาคารจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ฟิล์มทึบยังมีบทบาทสำคัญในหลายสถานการณ์ เช่น

  • ห้องประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  • อาคารที่มีแดดจัดตลอดวัน
  • ห้องควบคุมระบบต่าง ๆ
  • พื้นที่เก็บข้อมูลสำคัญ
  • อาคารที่ต้องการลดแสงจ้าเป็นพิเศษ

การเลือกฟิล์มทึบจึงยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในบางลักษณะการใช้งาน

ข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับฟิล์มใสกันร้อนอาคาร

ข้อมูลเกี่ยวกับความเข้าใจผิดว่าฟิล์มใสไม่สามารถกันความร้อนได้ ทั้งที่มีเทคโนโลยีป้องกันรังสีอินฟราเรด

แม้ว่าฟิล์มใสกันร้อนอาคารจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานอยู่หลายประการ ซึ่งอาจทำให้เลือกฟิล์มไม่เหมาะกับความต้องการ ดังนั้นควรทำความเข้าใจข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจติดตั้ง

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารกันความร้อนไม่ได้

หลายคนมองว่าฟิล์มใสไม่สามารถลดความร้อนได้ เพราะยังคงมองเห็นผ่านกระจกได้ชัดเจน แต่ในความเป็นจริง ฟิล์มใสกันร้อนอาคารรุ่นใหม่สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความร้อนได้ในระดับสูง ช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิล์มยิ่งเข้มยิ่งกันร้อน

ความเข้มของสีฟิล์มไม่ได้เป็นตัววัดประสิทธิภาพการกันความร้อนเสมอไป เพราะเทคโนโลยีการผลิตมีผลมากกว่า ฟิล์มใสกันร้อนอาคารบางรุ่นสามารถลดความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มทึบราคาประหยัด พร้อมรักษาความสว่างและทัศนียภาพของอาคารได้ดีกว่า

ฟิล์มใสเหมาะเฉพาะอาคารหรู

ความจริงแล้วฟิล์มใสกันความร้อนอาคารสามารถใช้งานได้กับอาคารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ร้านค้า โรงเรียน โรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือบ้านพักอาศัย เพราะช่วยลดความร้อนโดยไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของอาคาร

ฟิล์มใสไม่ช่วยประหยัดพลังงาน

ฟิล์มใสกันความร้อนอาคารคุณภาพสูงสามารถลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ช่วยลดการใช้พลังงานและค่าไฟฟ้าในระยะยาว

ฟิล์มใสทุกชนิดมีคุณภาพเท่ากัน

แม้จะดูคล้ายกัน แต่ฟิล์มแต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ทั้งด้านการกันความร้อน การป้องกันรังสียูวี และอายุการใช้งาน ดังนั้นควรเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคและเลือกผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ฟิล์มที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารกับฟิล์มทึบ แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

การเลือกระหว่างการติดฟิล์มใสกันความร้อนและฟิล์มทึบอาคารไม่สามารถตัดสินได้จากสีของฟิล์มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริงของอาคาร ความต้องการด้านแสงธรรมชาติ ความเป็นส่วนตัว และเป้าหมายในการประหยัดพลังงาน

หากคุณต้องการลดความร้อนโดยยังคงความสว่างภายในอาคาร รักษาทัศนียภาพภายนอก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ฟิล์มใสอาคารถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อาคารสมัยใหม่ได้อย่างครบถ้วน ในขณะที่ฟิล์มทึบยังเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงหรือจำเป็นต้องลดแสงจ้าเป็นพิเศษ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาฟิล์มกันความร้อนอาคารคุณภาพสูง Good Sure Glass พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมกับประเภทอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรือที่พักอาศัย โดยคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน การประหยัดพลังงาน และความสวยงามของอาคารในระยะยาว

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจติดตั้ง ควรประเมินลักษณะอาคาร ทิศทางแสงแดด และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เพื่อให้ได้ฟิล์มที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งานในระยะยาว 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิล์มใสกันร้อนอาคารและฟิล์มทึบ

ได้จริง โดยฟิล์มใสกันร้อนอาคารรุ่นใหม่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Nano Ceramic และ Spectrally Selective Technology ที่สามารถกรองรังสีอินฟราเรด (IR) และรังสียูวี (UV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความร้อนสะสมภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าฟิล์มจะยังคงมีความใสและมองเห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน จึงช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศและเพิ่มความสบายให้กับผู้ใช้งานภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เสมอไป แม้ว่าฟิล์มทึบจะช่วยลดแสงที่ส่องผ่านกระจกได้มาก แต่ประสิทธิภาพในการกันความร้อนควรพิจารณาจากค่าทางเทคนิค เช่น TSER, IR Rejection, SHGC และ UV Rejection มากกว่าความเข้มของสีฟิล์ม ปัจจุบันฟิล์มใสกันร้อนอาคารหลายรุ่นสามารถลดความร้อนได้เทียบเท่าหรือดีกว่าฟิล์มทึบบางประเภท พร้อมรักษาความสว่างภายในอาคารและคงทัศนียภาพภายนอกไว้ได้ดีกว่า

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารสามารถช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ส่งผลให้ระบบปรับอากาศทำงานน้อยลงและใช้พลังงานลดลง นอกจากนี้ยังคงให้แสงธรรมชาติเข้าสู่อาคารได้ดี จึงช่วยลดการเปิดไฟในช่วงเวลากลางวันอีกด้วย ระดับการประหยัดพลังงานจะแตกต่างกันตามประเภทฟิล์ม ขนาดพื้นที่กระจก ทิศทางของอาคาร และลักษณะการใช้งาน แต่โดยรวมถือเป็นการลงทุนที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่า

ฟิล์มใสกันร้อนอาคารเหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการรับแสงธรรมชาติและรักษาความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมกระจก เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดมิเนียม โชว์รูม ร้านค้า และอาคารพาณิชย์สมัยใหม่ เนื่องจากสามารถลดความร้อนได้โดยไม่ทำให้อาคารดูมืดหรืออึดอัด อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับอาคารที่มีจุดเด่นด้านทัศนียภาพ

ก่อนเลือกติดตั้งฟิล์มอาคาร ควรพิจารณาวัตถุประสงค์หลักของการใช้งาน เช่น ต้องการลดความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดแสงจ้า หรือประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ควรดูตำแหน่งและทิศทางของกระจก ปริมาณแสงแดดที่ได้รับในแต่ละวัน รวมถึงค่าประสิทธิภาพของฟิล์มแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็น TSER, IR Rejection, UV Rejection และค่าแสงส่องผ่าน (VLT) เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะสมกับอาคารและคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวมากที่สุด

บทความล่าสุดของเรา